มองจอทั้งวัน ระวัง ! ตาแห้งไม่รู้ตัว

มองจอทั้งวัน ระวัง ! ตาแห้ง ไม่รู้ตัว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ตาแห้งอันตรายกว่าที่คิด…

ตาแห้ง

 

 

 

    ตาแห้ง หรือ Dry eye เป็นภาวะที่น้ำตาไม่เพียงพอในการหล่อเลี้ยงดวงตา ซึ่งอาการนี้หากปล่อยไว้นานๆหรือเป็นบ่อยๆ อาจส่งผลทำให้เกิดแผลที่กระจก  กระจกตาไม่เรียบ ผิวกระจกตาอักเสบ หรือในบางรายอาจร้ายแรงจนทำให้เกิดตาบอดได้

สาเหตุ ตาแห้งยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ผลการวิจัยพบว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้ตาแห้งได้ ได้แก่

  1. อายุ เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายเราจะผลิตน้ำตาลดลง ซึ่งเพศหญิงจะมีโอกาศพบได้บ่อยกว่าเพศชาย โดยเฉพาะเพศหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน เป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง
  2. ใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น อ่านหนังสือ หรือใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน
  3. การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีคุณภาพ
  4. การผ่าตัดกระจกตาหรือเลสิค
  5. การทำงานของเปลือกตาบกพร่อง เช่น หลับตาไม่สนิท กระพริบตาน้อย เปลือกตาผิดรูป
  6. ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดน้ำมูก ยารักษาภูมิแพ้ ยาคลายเครียด เป็นต้น
  7. สภาพแวดล้อม เช่น ฝุ่น ลม หรือบริเวณที่มีอากาศแห้ง

อาการตาแห้ง    – แสบตา เคืองตา ฝืดตา รู้สึกไม่สบายตาเหมือนมีเศษฝุ่นอยู่ในตา

– เมื่อยตา เจ็บตา ขณะกะพริบตา รู้สึกหนักตา

– ตาแดง น้ำตาไหลมาก การมองเห็นอาจลดลง หรือมองภาพไม่ชัดเท่าที่ควร

การดูแลและป้องกัน

  1. หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับแดดและลมโดยสวมแว่นตากันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
  2. กระพริบตาให้บ่อยขึ้น ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา
  3. สำหรับผู้ที่ตาแห้งมาก อาจใช้กรอบแว่นชนิดพิเศษที่มีแผ่นคลุมปิดกันลมด้านข้าง
  4. ใช้น้ำตาเทียม เพื่อหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา
  5. ใส่แว่นกันแดด ที่มีคุณสมบัติสามารถป้องกัน UV หรือแว่นที่เป็นเลนส์ปรับแสง เพื่อช่วยถนอมสายตาเมื่อต้องออกกลางแจ้ง หรือเลนส์ที่ช่วยป้องกันแสงสีฟ้า ที่มีคุณสมบัติ ป้องกันอาการเจ็บ อาการเคืองตา จากการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานได้
  6. หากใส่คอนแทคเลนส์ ควรเลือกคอนแทคเลนส์ที่มีค่าอมน้ำสูง  ผลิตจาก Silicone Hydrogel เป็นคอนแทคเลนส์ที่ให้ Oxygen ไหลผ่านเข้าตาเราได้มากกว่าคอนแทคเลนส์เนื้อปกติ ใส่คอนแทคเลนส์รายวัน หรือใส่คอนแทคเลนส์ให้น้อยลง หันมาใส่แว่นแทน เพื่อลดการเกิดอาการตาแห้ง